การผลิตและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชเป็นทางเลือกแทนการใช้น้ำมันจากปิโตรเลียมได้อย่างยั่งยืนและลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ การปลูกป่าชายเลนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเผาถ่านเป็นแนวทางการผลิตพลังงานทดแทนดั้งเดิมของชุมชน ต. ยี่สารและบางตะบูน อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิถีการดำเนินชีวิตและกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนถือเป็นกรณีที่น่าศึกษา เพื่อเป็นแบบโมเดลในการจัดการป่าชายเลนให้เป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตพลังงานทดแทนในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืน โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินผลผลิตและคุณภาพไม้โกงกางเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบชีวมวลในช่วงอายุตัดต่างๆ 2) เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลน 3) ประเมินผลจากการฟื้นฟูป่าชายเลนในรอบสองทศวรรษที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร 4) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพน้ำและสมบัติดินระหว่างพื้นที่ป่าโกงกางปลูกและป่าโกงกางธรรมชาติ และ 5) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนเป็นแหล่งพลังงานทดแทน ศึกษาในพื้นที่ชุมชนป่าชายเลน ต. ยี่สาร อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม ปี พ.ศ. 2557 โดยใช้หลักการวิจัยแบบสหวิทยาการและหลากหลายมิติ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการ การพัฒนาและการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนโดยปราศจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการวิเคราะห์ด้านศักยภาพวัตถุดิบชีวมวลจากป่าชายเลน ผสมผสานกับการประเมินด้านเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของชุมชน ผลการศึกษา พบว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าชายเลนลดลง 3.25 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 23.58) เนื่องจากถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการทำสวนป่าโกงกางที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว การฟื้นฟูป่าชายเลนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมามีผลทำให้คุณภาพชีวิตของกลุ่มตัวอย่างดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าชายเลน ทางเลือกในการประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น มีการรวมกลุ่มทางสังคมมากขึ้น มีความรู้และทักษะอาชีพเพิ่มขึ้น การปลูกสวนป่าโกงกางในพื้นที่ริมชายฝั่ง และตัดแบบหมุนเวียนที่ระยะ 15 ปี ให้ผลผลิตมวลชีวภาพและวัตถุดิบชีวมวลที่มีคุณภาพสูงกว่าการปลูกในพื้นที่บนฝั่ง และตัดทุกระยะ 5 และ 10 ปี คุณภาพน้ำภายในสวนป่าโกงกางโดยรวมมีคุณภาพน้ำอยู่ในสภาพดี (อุณหภูมิ 30.75-32 0C; pH 6.69-7.73; ค่าความเค็ม 16.33-21.66 ppt; ปริมาณออกซิเจนละลาย 3.45-4.57 mg/l) สวนป่าโกงกางช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง รวมทั้งช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งผันแปรตามอายุของสวนป่า การปลูกสวนป่าโกงกางมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการทำนากุ้ง ในมุมมองทางสังคมโดยรวม ภาครัฐควรกำหนดนโยบายส่งเสริมการปลูกสวนป่าโกงกางเป็นแหล่งพลังงานทดแทนและลดแรงจูงใจในการทำนากุ้งที่ชัดเจน





